Access 2003-2007 QuickStart Tutorials ชุดที่ 2ราคาพิเศษ 204 บาท
ปกติ 240 บาท
ประหยัด 36 บาท

ภาคต่อของสื่อการสอน Access 2003-2007 เจาะลึกทุกเนื้อหา มากที่สุดในประเทศไทย โดย อ.ธงชัย พยุงภร

หากเราจะพูดถึงเครื่องมือที่จะช่วยจัดการงานทางด้านฐานข้อมูลแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า Microsoft Access จะเป็นเครื่องมืออันดับต้นๆ ที่ผู้ใช้ระดับทั่วไปนึกถึง Microsoft Access จะช่วยให้คุณสามารถสร้างโปรแกรม ประยุกต์ และมีการติดตามที่สวยงาม สามารถใช้งานได้จริง มีความสะดวกเร็วในการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้อง มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับฐานข้อมูล และนอกจากนั้นคุณยังสามารถเรียนรู้เพิ่มเริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็ว คุณยังสามารถสร้าง และปรับโปรแกรมประยุกต์และรายงานให้เปลี่ยนไปตามความต้องการทางธุรกิจได้

สื่อ การสอนชุด “Access 2003-2007 QuickStart Tutorials” ที่ทางบริษัทเอ็มไอเอส ซอฟท์เทค จำกัด ร่วมกับ อ.ธงชัย พยุงภร ผลิตออกมานี้ เหมาะ สำหรับผู้ใช้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ เนื่องจากมีเนื้อหาที่เจาะลึกอย่างละเอียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ ที่ทีมงานของเราพร้อมที่จะนำเสนอให้กับท่านได้มีเก็บเอาไว้เพื่อใช้ในการ ศึกษา ของคุณต่อไปได้เป็นอย่างดี

Access 2003-2007 QuickStart Tutorials จะมีรวมทั้งสิ้น คือ หนังสือ 2 เล่ม + CD-Rom 6 แผ่น โดยจะแบ่งขายเป็น 2 ชุดคือ

Access 2003-2007 QuickStart Tutorials ชุดที่ 1

Access 2003-2007 QuickStart Tutorials ชุดที่ 2 (ชุดที่คุณกำลังเปิดชมอยู่นี้)

เนื้อหาภายใน:

• จัดการกับ Tables และ Linked Tables เมื่อต้องการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลอื่น
• Query ข้อมูลชั้นสูง เพื่อสรุปข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ และ CrossTab Query
• สร้าง Forms และ SubForm เพื่อทำหน้าจอ Input ข้อมูลอย่างละเอียด
• เทคนิคต่าง ๆ ในการทำ Report-SubReport และกราฟ
• เขียน Macro เพื่อทำงานอัตโนมัติภายใน Forms ต่าง ๆ
• รูปแบบที่แตกต่างออกไปใน Access 2007 เมื่อเทียบกับ Access 2003

เนื้อหาใน CD แผ่นที่ 4
1. เตรียมไฟล์ก่อนศึกษาการสร้างรายงาน (Reports)
– ลำดับจากความรู้จาก CD-ROM ก่อนหน้านี้
– Tables, Queries และ Forms
– เตรียมไฟล์ก่อนการศึกษาการสร้างรายงาน (Reports)

2. สร้างรายงานจาก Report Wizard
– การสร้างรายงานจาก Report Wizard
– ลำดับของ Report Wizard และการเลือก Table และเลือก Fields
– การจัดกลุ่ม (Grouping), การจัดเรียงข้อมูล (Sorting)
– รูปแบบรายงานใน Wizard
– รูปแบบสีสันใน Report Wizard
– การ switch สู่หน้า Design View ของ Report

3. ความหมายของส่วนต่าง ๆ ในรายงานที่สร้างจาก Report Wizard วันที่พิมพ์ และหน้าที่ จำนวนหน้าของรายงาน
– การปรับสีสันของ Label สามารถทำได้เหมือนกับการออกแบบ Form
– ปรับตำแหน่งและสีสันของหัวข้อรายงาน (Report Title)
– การแสดงข้อมูลวันที่พิมพ์
– การแสดงข้อมูลหน้าที่เท่าไร จากทั้งหมดกี่หน้าในรูปแบบ : หน้า 1 / 4
– การอ้าง Page และ Pages
– การเขียนสูตรต้องมีเครื่องหมาย = นำก่อนเสมอ

4. การปรับแต่ง Fonts และสีสันหลาย Controls พร้อมกัน และ Field ที่ต้องการใน TextBox กำหนดที่ Control Source
– การปรับข้อความของชื่อฟิลด์ให้เป็นภาษาไทย
– การปรับรูปแบบและตกแต่งสีสันหลาย ๆ Controls พร้อมกัน
– Label กำหนดที่ Caption
– ส่วน TextBox กำหนด Field ที่ต้องการที่ ControlSource
– การแสดงชื่อกลุ่มสินค้า โดยลาก Field CategoryID มาซึ่งจะมีรูปแบบเป็น ComboBox
– การกำหนด Send To Back ให้กับ Control
– ความหมายของส่วนของ Detail และ Record

5. การใช้งานในส่วน Preview ของรายงาน และความหมายของแต่ละส่วนของรายงาน โครงสร้างรายงาน
– การใช้งานในส่วนของ Preview
– การแก้ไขหน้า 2 ที่เป็นหน้าว่างเปล่า เพราะลาก Field เกินขอบเขตของกระดาษ
– การ Zoom และ Fit to Page
– การดูรายงานแบบ One Page, Two Pages และ Multiple Pages
– แต่ละส่วนของ Report และความหมายของ Report Header, Report Footer, Page Header, Page Footer และ Detail
– ตำแหน่งที่ปรากฎของ Report Footer ในหน้าสุดท้าย

6. การสร้าง Running Number ของแต่ละ Record
– การสร้าง Running Number ในรายงาน
– การกำหนด Property ที่ Running Sum

7. การจัดเรียงข้อมูลตามกลุ่มสินค้า และชื่อสินค้า และการซ่อนข้อมูลที่ซ้ำกันใน Record ที่ติดกัน (Hide Duplicates)
– การใช้ Sorting and Grouping ที่ ToolBar
– การกำหนดให้เรียงข้อมูลตามกลุ่มสินค้า และชื่อสินค้า
– การซ่อนกลุ่มสินค้าที่ซ้ำกันของเรคคอร์ดที่อยู่ติดกัน (Hide Duplicates)

8. สร้าง Field ที่เกิดจากการคำนวณระหว่าง 2 Fields ในรายงาน
– สร้าง Fields ที่เกิดจากการคำนวณระหว่าง 2 Fields และรูปแบบในการอ้าง Field
– จัดรูปแบบของ Controls เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอในการแสดง Field ที่เพิ่มขึ้นมา

9. การคำนวณยอดรวมของรายงาน โดยแสดงที่ Report Footer
– การแสดงยอดรวมของจำนวนสินค้า และมูลค่าของสินค้า
– ใช้ฟังก์ชัน Sum เพื่อหายอดรวม
– การแสดงยอดรวมจำเป็นต้องแสดงในส่วนของ Report Footer
– การกำหนดรูปแบบ Format ของตัวเลข
– สร้างเส้นคั่นก่อนแสดงยอดรวม

10. การใส่ Sum ในส่วนของ Page Footer จะไม่สามารถทำได้ และการทำค่าสะสมของข้อมูล
– ไม่สามารถ Sum ในส่วนของ Page Footer ได้
– การหาค่าสะสมของข้อมูล โดยการใช้ Running Sum

11. การเน้นข้อมูลตามเงื่อนไข โดยใช้ Condition Formatting
– ถ้าจำนวนมีค่าเป็น 0 จะให้มีตัวอักษรเป็นสีแดง ตัวหนา
– ถ้าชื่อสินค้าขึ้นต้นด้วย A ให้แสดงพื้นหลังเป็นสีเหลือง และตัวหนา
– Expression และ Field Value ในส่วนของ Condition Formatting
– การใช้ฟังก์ชัน Left เพื่อตัดตัวอักษรตัวแรก

12. การปรับข้อความในแนวตั้ง Properties ที่น่าสนใจของ Report และ Grid Ruler ของรายงาน
– การยกเลิก Error เมื่อมีการลาก Label มา เมื่อไม่ต้องการ Associate กับ Control
– การปรับข้อความให้อยู่ในแนวตั้ง
– RecordSource ของ Report และ Properties อื่นที่น่าสนใจของ Report
– การกำหนด Grid ของ Report และ Snap to Grid
– การแสดง Grid หรือไม่ หรือแสดง Ruler หรือไม่

13. สร้างรายงานใหม่ แบบไม่ใช้ Wizard และกำหนดที่ RecordSource ของรายงานเพื่อดึงข้อมูลมาจาก 2 Tables
– สร้างรายงานใหม่แบบไม่ใช้ Wizard
– กำหนด RecordSource ของรายงานโดยดึงข้อมูลมาจาก 2 Tables เพื่อดึง Fields ต่าง ๆ จากทั้ง 2 Tables โดยการสร้าง Relation
– เทียบกับรายงานแรกซึ่งใช้ ComboBox ในการดึงข้อมูลชื่อกลุ่มสินค้ามาแสดง ไม่ใช่ Relation แบบในตัวอย่างนี้

14. การสร้าง Grouping ให้กับรายงาน และส่วนของ Group Header และ Group Footer
– ไม่จำเป็นต้องเรียงข้อมูลในส่วนของ RecordSource
– การกำหนด Grouping ตามกลุ่มของสินค้า
– กำหนดให้มีส่วนของ Group Header และ Group Footer
– การวาง Layout ของรายงานที่มีการสร้างเป็น Group
– จัดรูปแบบรายงานที่สร้างขึ้นเอง โดยไม่ใช้ Wizard
– แสดงรูปกลุ่มสินค้าในรายงาน และปรับ Size Mode ให้เป็น Stretch
– ดึง Fields ต่าง ๆ ที่ต้องการไว้ในส่วนของ Group Header และ Detail
– FieldList ของรายงาน

15. การทำสรุปผลในแต่ละกลุ่ม โดยจัดวางในส่วนของ Group Footer
– การจัดทำยอดสรุปในส่วนของ Group Footer
– นับจำนวนรายการสินค้าในแต่ละกลุ่ม
– คำนวณยอดรวมสินค้าในแต่ละกลุ่ม
– การระวังเรื่องการนับให้เลือก Field ที่ไม่เป็น Null ไม่เช่นนั้นจะทำให้นับผิดพลาดได้
– จัดรูปแบบของ Controls และการเลื่อน Controls ต่าง ๆ
และการใช้ Send to Back
– การใช้ฟังก์ชัน Count และ Sum กับ Field ที่ต้องการคำนวณ

16. สรุปข้อแตกต่างระหว่างการสร้าง Grouping ที่แตกต่างจาก Hide Duplicate
– สรุปข้อแตกต่างระหว่างการสร้าง Grouping ซึ่งแตกต่างจากการใช้ Hide Duplicates เมื่อเทียบกับรายงานก่อนหน้า
– ข้อดีของการสร้าง Group ทำให้สามารถสร้าง Summary ของ กลุ่มสินค้าได้
– การสร้างเงาให้กับหัวข้อรายงาน (Report Title)
– การทำให้แสดง Report Header และ Report Footer
– การสร้างเงาให้กับภาพ

17. การสร้าง Running Number รายการย่อยในแต่ละ Group และการกำหนดให้รายงานสรุปที่ Report Footer ให้ขึ้นหน้าใหม่
– การสร้าง Running Number ในแต่ละ Group เมื่อขึ้นกลุ่มใหม่ให้เริ่มนับ 1 ใหม่ที่รายการสินค้าแต่ละตัว
– การสร้างยอดสรุปรายงานที่ Report Footer
– ตกแต่งรายงานในส่วนของยอดสรุป
– การกำหนดให้ Report Footer ให้ขึ้นหน้าใหม่ เพื่อแสดงยอดสรุป
– การกำหนด Format ของข้อมูลที่เป็นหมายเลข โดยกำหนดให้เป็น Standard และกำหนด Decimal Place ให้เป็น 0

18. ความหมายของ Can Grow และ Can Shrink และการสร้าง Running Number ในส่วนของ Group (ไม่ใช่รายการย่อย)
– ประโยชน์ของ Can Grow เพื่อให้ขยายข้อมูลอัตโนมัติ
– การสร้าง Running Number ในส่วนของกลุ่มหลัก
– การกำหนด Grouping ให้เรียงจากมากไปน้อย
– การซ่อนสิ่งที่ไม่ต้องการแสดง โดยกำหนด Visible เป็น No

19. การกำหนดให้ขึ้นหน้าใหม่ เมื่อขึ้นกลุ่มใหม่ และการกำหนด Force New Page ในแต่ละส่วนของรายงาน
– การกำหนดให้ขึ้นหน้าใหม่ เมื่อมีการขึ้นกลุ่มใหม่
– การใช้ Force New Page ในส่วนที่ต้องการให้ขึ้นหน้าใหม่ โดยกำหนดเป็น Before Secion หรือ After Section

20. การใส่เลขหน้า และควบคุมให้แสดงเลขหน้าที่เป็นเลขคี่อยู่ด้านขวา เลขหน้าที่เป็นเลขคู่จะอยู่ด้านซ้าย
– การใส่เลขหน้าให้กับรายงาน
– การใช้ Conditional Formatting ให้เลขหน้าที่เป็นเลขคี่จะอยู่ด้านขวา ส่วนเลขหน้าที่เป็นเลขคู่จะอยู่ด้านซ้าย
– การตรวจสอบเลขคู่หรือเลขคี่ ให้ใช้ Mod หมายถึง หารแล้วเหลือเศษเป็นเท่าไร

21. การสร้าง SubReport ในรายงาน
– การสร้าง SubReport ในรายงาน
– การกำหนด Source Object ของรายงานย่อย

22. โครงสร้างของ SubReport ซึ่งแตกต่างจาก Grouping
– ข้อแตกต่างระหว่าง Grouping และ SubReport
– การเชื่อมโยงระหว่าง Link Master Fields และ Link Child Fields ทำให้สามารถเชื่อมรายงานหลักกับ SubReport ได้
– เทคนิคการตกแต่งรายงาน และจัดชิดซ้ายให้ตรงกัน
– การเลือกส่วน SubReport และการเลือก Controls ย่อยใน SubReport
– สามารถแก้ไขรายงานใน SubReport ได้เลย

23. สรุปผลรายงานเพื่อหามูลค่าการขายแยกตามกลุ่ม และแยกตามปี
– วิธีการพิจารณาเลือก Tables ที่ต้องการดึงมาเพื่อทำ Query
– ทำ Query เพื่อสรุปผลยอด Orders แยกตามกลุ่มและตามปี โดยทำ Query ที่ RecordSource ของรายงาน
– ฟิลด์คำนวณใน Query และการเปลี่ยนชื่อฟิลด์ใน Query
– ระวังเรื่อง Field ที่อาจซ้ำกันในหลาย ๆ Tables ให้อ้างชื่อ Table และอ้างชื่อฟิลด์ในลักษณะ (Table).(Field)
– ตกแต่งรายงาน และเทคนิคการย้าย Control ข้าม Section

24. นำรายงานที่ได้ทำไว้ในหัวข้อก่อนหน้ามาเป็น SubReport และตกแต่งทั้ง Report หลัก และ SubReport
– นำรายงานก่อนหน้านี้สร้างเป็น SubReport
– สร้างให้ใน 1 รายงานมี 2 SubReports ย่อย
– กำหนด Source Object, Link Child Fields และ Link Master Fields ของ SubReport
– ตกแต่งรายงานทั้งรายงานตัวหลัก และ SubReport
– ตัว Link Child Fields ไม่จำเป็นต้องมี Controls อยู่ในรายงาน แต่จำเป็นต้องมี Fields ที่ต้องการเชื่อมโยงให้อยู่ในรายงาน
– ใน SubReport ส่วนของ Page Header จะไม่แสดง ให้ย้ายไว้ใน Report Header แทน

25. สร้าง Query เพื่อทำรายงานที่เป็น Graph ตัวที่ 1 และทำรายงานแบบกราฟ
– สร้าง Query เพื่อสรุปยอดขายแยกตามปี
– นำ Query ที่ได้มาสร้างกราฟ โดยทำตาม Chart Wizard
– เลือกรูปแบบกราฟ และการแก้ไขกราฟ
– การนำ Legend และ Title ของกราฟออกไป

26. สร้างกราฟสรุปยอดขายแยกตามกลุ่มสินค้ามาสร้างเป็นกราฟวงกลม (Pie Chart)
– สร้าง Query เพื่อสรุปยอดขายแยกตามกลุ่มสินค้า
– นำ Query ที่ได้มาสร้างกราฟวงกลม (Pie Chart)
– ตัวกราฟใน Report เป็น Unbound OLE Object โดยกำหนดข้อมูลมาจาก RowSource ในกราฟ
– ปรับรูปแบบกราฟให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการ
– ปรับรูปแบบของ Legend
– การปรับกราฟให้แสดงชื่อกลุ่มสินค้าแทนที่จะเป็นรหัสสินค้า

27. นำกราฟที่สร้างไว้ทั้ง 2 ตัว มาไว้ใน Report หลัก โดยตัวหนึ่งทำเป็น SubReport อีกตัวหนึ่งใช้วิธี Copy
– นำกราฟตัวแรกมาไว้เป็น SubReport ในส่วนของ Report Header
– ปรับรูปแบบกราฟให้แสดงรายละเอียดรายงานแสดงมูลค่าในตารางให้ชัดเจน และทำยอดสรุป
– การแสดงข้อมูลในลักษณะตารางในกราฟตัวแรก
– นำกราฟตัวสอง Copy มาไว้ในอีกรายงานหนึ่ง เพราะเป็น Unbound OLE Object
– สรุปส่วนต่าง ๆ ของ Report ที่สร้างขึ้นว่าใน Report หลักมี SubReports 3 ตัว มีกราฟ ซึ่งเป็น Report ที่ค่อนข้างซับซ้อน

28. การ Export Report ออกไปในรูปแบบต่าง ๆ และศึกษาข้อจำกัดในแต่ละแบบ รวมถึง Access SnapShot
– การ Export รายงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Excel, HTML
– การ Export ไปในรูปแบบ Access Snapshot ซึ่งมีนามสกุลเป็น .snp ซึ่งต้องเปิดโดยใช้ Access Snapshot Viewer
– ข้อจำกัดของการ Export แต่ละแบบ
– ข้อดีของ Access Snapshot ซึ่งทำให้สามารถส่งทาง Email ไปให้ผู้อื่น โดยไม่ต้องนำข้อมูลไป

29. การสร้างรายงานในรูปแบบ Labels หรือฉลาก ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถแสดงข้อมูลหลาย Records ใน 1 แถวได้
– การสร้าง Label หรือฉลากจาก Label Wizard และลำดับขั้นตอนในการสร้าง
– ขั้นตอนในการเลือก Fields
– การกำหนดขนาดของฉลากเอง
– กำหนดรูปแบบ 1 แถวให้แสดงได้หลาย ๆ Records
– การกำหนดจำนวน Columns หรือจำนวน Records ต่อแถวใน Page Setup และกำหนดที่ Tab Columns
– กำหนดให้ข้อมูลเรียงแบบ Down, then Across หรือ Across, then Down

30. สรุปเกี่ยวกับการสร้างรายงานใน Access
– สรุปเกี่ยวกับรายละเอียดของการสร้าง Label (ฉลาก) และเน้นจุดที่น่าสนใจ
– สรุปเกี่ยวกับการสร้างรายงานใน Access และความรู้ที่ได้จากใน CD-ROM แผ่นนี้และแผ่นที่ผ่านมา

เนื้อหาใน CD แผ่นที่ 5
1. เตรียม Databases เพื่อเริ่มศึกษาเกี่ยว Macro
– เตรียม Databases เพื่อเริ่มต้นศึกษา Macro ใน Access
– สาเหตุที่ไม่สอน Object Pages เนื่องจากใน Access 2007 ได้ตัดทิ้งไป
– ใน CD-ROM แผ่นนี้จะเน้นให้ผู้ใช้สามารถใช้ Macro ได้ โดยเขียนโปรแกรมน้อยทีสุด เพื่อต้องการให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลได้

2. สร้างปุ่มเพื่อเปิดฟอร์มที่ต้องการ
– กำหนด Control Wizard ใน ToolBox เพื่อให้สร้างปุ่มขึ้นมาแล้วมี Wizard ของ Controls เกิดขึ้น
– เลือก Form Operations และ OpenForm เพื่อเปิดฟอร์มที่ต้องการ

3. อธิบายโปรแกรมที่ปุ่ม ซึ่งเกิดจาก Access สร้างให้อัตโนมัติ และ Event OnClick ของปุ่ม
– เปรียบเทียบปุ่มที่สร้างขึ้น กับ SwitchBoard ที่เคยสร้างไว้ใน CD-ROM แผ่นที่ 3
– แกะโปรแกรมที่ปุ่ม วิธีการประกาศตัวแปร และคำสั่งในการเรียก Macro โดยใช้ DoCmd
– การประกาศตัวแปร โดยใช้ Dim X as String
– เปลี่ยนชื่อ Form ในโปรแกรมที่ต้องการเปิด
– ลำดับของโปรแกรมและการดัก Error เมื่อใส่ชื่อฟอร์มที่ไม่ถูกต้อง

4. สร้างปุ่มเพื่อเปิดฟอร์มที่ต้องการ โดยสร้าง Macro ขึ้นใช้เอง
– สร้าง Macro ที่ปุ่มเพื่อเปิดฟอร์ม
– หลักการตั้งชื่อ Macro ให้อ้างอิงกับชื่อฟอร์ม
– Macro : OpenForm
– กำหนดรูปแบบฟอร์มให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ โดยกำหนด Properties Navigation Buttons เป็น No, ScrollBars กำหนดเป็น Neither, Record Selectors ให้เลือกเป็น No และกำหนด Dividing Lines ให้เป็น No

5. การสร้าง Macro ย่อย โดยกำหนด Macro Names ขึ้นมา และ Macro OpenForm
– สร้าง TextBox และตั้งชื่อเพื่อให้สามารถอ้าง Control ที่ต้องการได้
– กำหนด Format และ Default Value ของ TextBox เพื่อข้อมูลเป็นรูปแบบหมายเลข
– การแก้ไข Macro เดิม
– การอ้าง Macro ย่อย และ Macro Names

6. การเปิดฟอร์มแบบมีเงื่อนไข ในรูปแบบ Dialog เปิดแบบอ่านอย่างเดียว และวิธีการอ้าง Controls
– การเปิดฟอร์มแบบมีเงื่อนไข
– Data Mode เลือกเป็น ReadOnly เพื่อให้สามารถดูข้อมูลได้เท่านั้น
– Window Mode เลือกเป็น Dialog เพื่อให้เปิด Popup Windows ขึ้นมา
– ใส่เงื่อนไข เพื่อดึงข้อมูลเฉพาะช่วงรหัสสินค้าที่ต้องการ
– วิธีการอ้าง Control ที่อยู่บน Form โดยใช้ Forms!(FormName)!(Control)

7. การเปิดรายงานตามเงื่อนไขที่ต้องการ ในรูปแบบ Dialog โดยใช้ Macro OpenReport
– การใช้ Macro OpenReport เพื่อเปิดรายงานที่ได้สร้างไว้
– การกำหนด View ให้เป็น Print หรือ Print Preview
– อย่าลืมเลือก Macro Name ย่อย ไม่เช่นนั้นจะทำที่ Macro Name ย่อยตัวแรก

8. การใช้ Macro Close และ Macro MsgBox
– สร้างปุ่ม Close Form โดยใช้ Macro Close ไม่จำเป็นต้องระบุ Form Name
– การใช้ Macro Msgbox เพื่อให้แสดงข้อความเตือน และสัญลักษณ์ของภาพใน MsgBox

9. การเขียนโปรแกรมกับ MsgBox กับการกำหนดปุ่มรูปแบบต่าง ๆ และค่าที่ได้เมื่อกดปุ่มที่ต่างกัน
– การใช้ MsgBox ในรูปแบบการเขียนโปรแกรม โดยเลือก Event Builder
– การทำให้ Msgbox มีปุ่มแบบต่าง ๆ และค่าจากที่เลือกจากการกดปุ่มที่ต้องการ
– สร้าง MsgBox ให้มีปุ่ม OK และ Cancel เมื่อผู้ใช้กดปุ่ม OK จะได้ค่า 1 ถ้ากด Cancel จะได้ค่า 2
– การอ้างถึง Control ที่อยู่ใน Form ในรูปแบบการเขียนโปรแกรม

10. การปิดฟอร์มแบบมี MsgBox ให้ยืนยันก่อนการปิดฟอร์ม และการเขียนโปรแกรมโดยใช้ IF…Then…End IF
– การตรวจสอบค่าของ Msgbox ที่ปุ่ม Yes และ No ถ้าผู้ใช้กดปุ่ม Yes จะได้ค่า 6 และถ้าผู้ใช้กดปุ่ม No จะได้ค่า 7
– สร้างปุ่ม Close ให้มีการยืนยันก่อนการปิด Form
– การเขียนโปรแกรมโดยใช้ IF…Then…End IF
– ข้อดีของการเขียนโปรแกรมที่ดีกว่า Macro
– การตรวจสอบค่าว่าผู้ใช้กดปุ่ม OK โดยใช้ vbOK

11. สร้าง Option Group และ Toggle Buttons เพื่อให้สามารถ Filter ข้อมูลเป็นช่วง และการเขียนโปรแกรมโดยใช้ Select Case…End Select
– สร้าง Toggle Buttons ร่วมกับ Option Group เพื่อให้สามารถเลือกช่วงข้อมูลตามที่ต้องการ (Filter)
– การเขียนโปรแกรมต้องเขียนที่ Option Group แล้วตรวจสอบปุ่มที่ Click
– ตรวจสอบปุ่มที่ Click เพื่อทำงานไม่เหมือนกัน โดยการเขียนโปรแกรมแบบ Select Case … End Case
– การเขียนโปรแกรมโดยใช้ DoCmd.ApplyFilter เพื่อ Filter ข้อมูล A-F
– การใช้ Like เพื่อ Filter ข้อมูลเฉพาะ A-F

12. การใช้ Macro Apply Filter และ ShowAllRecords แต่จะใช้วิธีเขียนโปรแกรม ตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้ Click ตามช่วงข้อมูล
– การใช้ Macro Apply Filter และ Show All Records แต่จะใช้วิธีเขียนโปรแกรมแทน
– Apply Filter ใน Case ต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้ Click Toggle Buttons ตามช่วงข้อมูล
– การจัดรูปแบบในการเขียนโปรแกรม เพื่อให้อ่านได้ง่าย

13. การเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับ Record Navigations ทั้งจากการใช้ Wizard และสร้าง Macro เองโดยใช้ GotoRecord
– สร้างปุ่มเกี่ยวกับ Record Navigations
– สร้างปุ่ม Next Record โดยใช้ Control Wizard และอธิบายโปรแกรมที่ปุ่มสร้างขึ้น
– สร้าง Macro เองในการไปที่ Record แรก โดยใช้ GotoRecord
– ความหมายของ OffSet ใน GotoRecord

14. การค้นข้อมูลรหัสสินค้า โดยใช้ Macro GotoControl และ FindRecord
– การค้นข้อมูลรหัสสินค้า
– การใส่ภาพให้กับปุ่ม แล้วภาพจะเก็บใน Access
– การใช้ Macro GotoControl และ FindRecord เพื่อช่วยในการค้นข้อมูล
– ทบทวนการตั้งชื่อ Macro Names ย่อย ๆ

15. ทดสอบการค้นข้อมูลจากชื่อสินค้า จากส่วนแรกของ Field (Start of Field)
– ตรวจสอบการค้น เมื่อไม่พบข้อมูล
– ค้นจากชื่อสินค้า และกำหนด Match ให้เป็น Start of Field
– สามารถอ้างและลำดับในการเขียนเหมือนในหัวข้อก่อนหน้า
– Parameters ต่าง ๆ ของ FindRecord ที่จำเป็นต้องใช้ของกรณีนี้
– ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ Macro ในการค้น

16. การใช้ RunMacro และการใช้ SetFocus แทน GotoControl รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลก่อนการค้น
– การแก้ปัญหาการค้นในกรณีที่ไม่ได้ใส่ข้อมูล หรือใส่ข้อมูลผิดประเภท โดยการเขียนโปรแกรม
– การใช้ DoCmd.RunMacro
– การใช้ If … Else … End If
– การตรวจสอบค่าที่ไม่ได้ป้อน
– การตรวจสอบค่าว่าเป็นตัวเลขหรือไม่ โดยใช้ฟังก์ชัน IsNumeric
– การใช้ .SetFocus ที่เป็นคำสั่งแทน GotoControl

17. การค้นข้อมูลที่ต้องการในเรคคอร์ดต่อไป โดยสร้างปุ่มค้นต่อ (Find Next)
– สร้างปุ่มค้นต่อไป จากเรคคอร์ดปัจจุบัน
– กำหนด Parameter ใน FindRecord โดยกำหนด Find First ให้เป็น No

18. การปรับให้ SwitchBoard ขยายขนาดเต็มพื้นที่อัตโนมัติ โดยใช้ Macro Maximize และ Event OnLoad
– การกำหนดให้ Main SwitchBoard Form ขยายขนาดอัตโนมัติ
– การใช้ DoCmd.Maximize
– รู้จักกับ Event OnLoad ของ Form
– Events ที่น่าสนใจของ Form

19. การควบคุมให้สามารถยกเลิกการลบเรคคอร์ดได้ โดยการเขียนที่ OnDelete และการใช้ SetWarnings
– การเขียนที่ Event ของ Form ตรง OnDelete
– การสร้าง MsgBox ยืนยันก่อนที่จะ Delete ข้อมูล
– การยกเลิกการ Delete ให้กำหนดค่า Cancel เป็น True
– ความหมายของ True/False กับค่า Integer ที่สอดคล้องกัน
– ไม่ต้องมี Confirm ของระบบใน Access ให้กำหนด DoCmd.SetWarnings ให้มีค่าเป็น False

20. ระวังการใช้ SetWarnings ต้องกำหนดให้เป็น True เหมือนเดิม ไม่เช่นนั้นการลบ Objects ต่าง ๆ ใน Access จะไม่มีการยืนยันทั้งสิ้น
– ระวังการใช้ SetWarings ให้เป็น False จะมีผลต่อทั้งระบบของ Access ไม่เช่นนั้นจะมีผลต่อ Table ที่ทำให้ลบเรคคอร์ด ไม่มี Confirm ใด ๆ
– เขียนที่ AfterDelConfirm จะเขียนโปรแกรมให้ SetWarnings ให้เป็น True เหมือนเดิม

21. ดึงข้อมูลใน ListBox ใหม่เมื่อมีการเลือกข้อมูลใน ComboBox โดยการใช้ Requery
– ทบทวนการใส่ข้อมูลใน ComboBox และ ListBox รวมถึงการกำหนด Bound Column และ ColumnWidths
– สร้าง Query ใน ListBox เพื่ออ้างอิงค่าที่เลือกใน ComboBox โดยใช้เทคนิค Forms!Test02!PubID
– การ Requery เพื่อดึงข้อมูลใน ListBox ใหม่เมื่อการเลือกข้อมูลจาก ComboBox

22. สร้าง Macro AutoExec เพื่อให้ทำงานตอนเปิด Database สามารถทำงานแทน Start Up ที่เคยกำหนดไว้
– ยกเลิก Start Up ที่ได้เคยสร้างไว้
– การซ่อนหน้าจอ Database Window และวิธีกำหนดให้แสดงกลับมา
– สร้าง Macro ชื่อ AutoExec เพื่อให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิด Database

23. การข้ามขั้นตอน AutoExec ขณะเปิด Database. – การข้ามขั้นตอน AutoExec ขณะเปิด Database
24. การ Convert Database Format และการ Compact and Repair Database
– การ Convert Database Format ไปยัง Format รุ่นต่าง ๆ ของ Access
– ประโยชน์และการใช้ Compact and Repair Database

25. การสร้าง ToolBar ขึ้นใช้เอง และการกำหนดให้ Form ของเราเปิด ToolBar ที่เราสร้างขึ้นให้อัตโนมัติ
– การสร้าง ToolBar ขึ้นใช้เอง
– การกำหนดให้ Form ของเราเปิด ToolBar ให้อัตโนมัติ และปิด ToolBar ให้อัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดและปิด Form
– การกำหนดคุณสมบัติของ ToolBar

26. เทคนิคการสร้างเมนูของ Form ต่าง ๆ ขึ้นใช้เอง
– สร้างเมนูใหม่เพื่อใช้ใน Form โดยกำหนดที่ Properties Menu Bar ของ Form
– การเปลี่ยนรูป หรือต้องการเฉพาะข้อความในเมนูแต่ละตัว
– การสร้างเมนูย่อย
– หลังจากใส่เมนู และ ToolBar ให้กับ Form ใน Access แล้วก็จะแทนที่เมนูและ ToolBar ของระบบ

27. การสร้างและประโยชน์ของไฟล์ประเภท MDE
– การสร้างไฟล์ประเภท MDE และประโยชน์
– จำเป็นต้องเปลี่ยนไฟล์ Format ของ Access เป็นของ Access 2003 ก่อน
– ไฟล์ MDE ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าไปแก้ไข Form และ Report

28. ความหมายของ Module และ CD-ROM ใน Series ถัดไป
– ความหมายของ Module : จะเป็นที่เก็บฟังก์ชันเพื่อใช้สำหรับทั้งฐานข้อมูล
– เนื้อหาสำหรับ CD-ROM ใน Series ถัดไปของ Access
– เนื้อหาในแผ่นถัดไป จะเป็นเนื้อหาเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนไปของ Microsoft Access 2007

เนื้อหาใน CD แผ่นที่ 6
1. การติดตั้ง Office 2007 แบบไม่ทับ Office 2003. – ข้อควรระวังในการติดตั้ง Office 2007 เพื่อไม่ให้ทับ Office 2003
2. เตรียมฐานข้อมูลก่อนศึกษา Access 2007 และนามสกุลของไฟล์ database จะเป็น accdb
– เตรียมฐานข้อมูลก่อนศึกษา Access 2007
– สร้างฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งจะมีนามสกุล accdb ไม่ใช่ mdb
– สามารถสร้างไฟล์ Format Access แบบเก่าได้อยู่

3. รูปแบบที่เปลี่ยนไปของ Table และ Field ประเภท Date/Time ซึ่งจะมี DateTime Picker
– มีระบบสร้าง Field อัตโนมัติ
– ตำแหน่งของ Design View ของ Table จะเปลี่ยนรูปแบบไป
– รูปแบบ Field Date/Time ที่สามารถแสดง DateTime Piker

4. รูปแบบของ Ribbons และ Mini-Bars ที่มาแทนที่ ToolBar แบบเดิม
– การใช้ Ribbon และ Mini-Bars ที่มาแทนที่ Toolbar เดิม
– การ Minimize Ribbon

5. การ Configure Navigation Pane และจัดรูปแบบให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ และองค์ประกอบส่วนอื่น ๆ ได้แก่ Office Button
– จัดรูปแบบในส่วนของ Navigation Pane ให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ
– ย่อ/ขยายส่วนของ Navigation Pane
– Navigation Option
– การแสดง System Objects
– ส่วนของ Quick Access ToolBar
– ส่วนของ Office Button จะมีส่วนของการ Compact Database

6. การกำหนดรูปแบบต่าง ๆ ใน Access Options และ DataSheet แบบสลับสี
– องค์ประกอบต่าง ๆ ในส่วนของ Access Options
– กำหนด Application Title และ Application Icons
– การแสดงข้อมูลในรูปแบบ Tab Documents
– การกำหนด Font ของ DataSheet และกำหนดให้แถวสลับสีระหว่างแถวคี่และแถวคู่

7. การใช้ Quick Search และการสร้าง Total ในส่วนของ DataSheet เพื่อสรุปผลในแต่ละ Fields
– Quick Search ตรงส่วนของ Navigation Buttons
– การทำให้ DataSheet มีส่วนของ Total เพื่อสรุปผล Sum หรือ Count ในแต่ละ Fields
– การกำหนด Row Height ของ DataSheet
– การซ่อนและไม่ซ่อน Columns
– การ Freeze Column

8. การ Import ข้อมูลจาก Access 2000 และการกำหนดรูปแบบของ Sub DataSheet ได้แก่ สีสันที่ต่างไป และยอดสรุปเฉพาะ Sub DataSheet
– การ Import ข้อมูลมาจาก Access 2000
– Sub DataSheet สามารถมี Total ของตัวมันเอง และสามารถมีสีสันของตัวมันเองได้ เป็นคนละส่วนกับ DataSheet หลัก

9. ข้อดีของ Memo Field ที่สามารถเก็บ Version และสามารถเป็น Rich Text Format ได้
– รูปแบบพิเศษของ Memo Field
– การกำหนดให้ Memo Field เป็นรูปแบบ Rich Text Format (RTF) สามารถใส่สีสันได้เหมือน Word
– การเก็บ Version แต่ละครั้งที่มีการแก้ของ Field Memo

10. Field ใหม่ประเภท Attachment และข้อดีที่ดีกว่า OleObject
– จัดการกับ Rich Text Memo เพิ่มเติม
– รูปแบบ Field ใหม่ประเภท Attachment แทนที่ OleObject
– สามารถ Attach ไฟล์หลาย ๆ ประเภทลงใน Attachment Field และสามารถ Attach หลาย ๆ ไฟล์
– เก็บไฟล์ต่าง ๆ ในฐานข้อมูล และสามารถ Save As ไปเป็นไฟล์ได้เหมือนเดิม

11. การใช้ Field Attachment ใน Form และรูปแบบ Layout View ที่ผู้ใช้สามารถจัดหน้าจอ Field ต่าง ๆ ได้เอง
– สร้างฟอร์มใหม่ใน Access
– ดูวิธีการใช้ Field Attachment ใน Form ว่าสามารถเห็นรูปต่าง ๆ ใน Attachment ได้
– เพิ่มรูปแบบ Layout View ทำให้ผู้ใช้สามารถลากเปลี่ยนที่ตำแหน่งของ Control ต่าง ๆ ได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้
– ข้อแตกต่างระหว่าง Layout View และ Form View
– Field ประเภทวันที่ก็จะมี DateTime Picker เช่นเดียวกัน
– ตรวจสอบ Quick Search ใน Form

12. การทำให้ Look Up สามารถเลือกได้หลาย ๆ ค่า (Multiple Values)
– การกำหนดให้ Field สามารถเก็บค่าได้หลายค่า (Multiple Values) โดยใช้ Look up ช่วย
– วิธีการนี้ไม่สามารถทำได้ใน Access ก่อนหน้านี้

13. โครงสร้างรายละเอียดของ Attachment Field และ Multiple Lookup Field ทดสอบโดยสร้าง Query ใหม่
– การปรับ Navigation Pane ให้แยกตาม Object Types
– สร้าง Query เพื่อตรวจสอบ Attachment Field และ Multiple Lookup Field
– องค์ประกอบของ Attachment Field ประกอบด้วย FileData, FileName, FileType
– องค์ประกอบของ Lookup Multiple Values ประกอบด้วย Value

14. รูปแบบใหม่ของ Form : Split Form.
– รูปแบบ Form แบบใหม่ : Split Form ทำให้สะดวกในการค้นหาข้อมูล และเลือก Record ที่ต้องการแก้ไข

15. Properties ที่น่าสนใจของ Form เพิ่มเติม และกำหนดรายละเอียดของ Split Form
– Control ที่เพิ่มขึ้นมาของ Form
– Properties ที่เพิ่มขึ้นมา
– กด F4 จะแสดง Property Windows
– กำหนดให้ Split Form อยู่ในแนวตั้ง และกำหนดรายละเอียดของ Split Form DataSheet

16. Macro ที่สร้างขึ้นใน Form จะเก็บใน Form ไปต้องแยกเป็น Object Macro ต่างหาก (Embedded Macro).
– รูปแบบของ Embedded Macro ซึ่งจะมีข้อดีตรงไม่ต้องแยกเป็น Object Macro ต่างหาก

17. ทดลองสร้าง Report ซึ่งจะมี Layout View เหมือน Form ทำให้ผู้ใช้จัดหน้าจอ Report ได้เองตามตำแหน่งที่ต้องการ
– ทดลองสร้าง Report ใหม่
– ส่วนต่าง ๆ ของ Tools ที่ต้องใช้ในการออกแบบ Report ซึ่ง Tools ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็เหมือนกับ Access 2003 เพียงแต่ต้องหาตำแหน่งที่จะ Set ให้พบเท่านั้น
– Layout View ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลื่อน ปรับขนาดของ Fields ต่าง ๆ ใน Report ได้

18. สรุปปิดท้าย และสวัสดี
– สรุปปิดท้าย และสวัสดี
– ใน Series ต่อไปจะเน้นการเขียนโปรแกรม และตัวอย่างการใช้งานจริง

written by admin \\ tags: , , , , , , ,


Fatal error: Uncaught Exception: 12: REST API is deprecated for versions v2.1 and higher (12) thrown in /home/xn42c5be91/domains/xn--42c5be9a1di.com/public_html/xn--72c9aa2bzbdr3af0dzl/wp-content/plugins/seo-facebook-comments/facebook/base_facebook.php on line 1273